facebook
02-245-4244   Contact@bpmuscle.com
ลักษณะการออกแรงที่ใช้ในการฝึกเวทเทรนนิ่ง

 

การออกแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกำลังกายแบบใช้แรงต้านมี 3 แบบ คือ Concentric, Eccentric และ Isometric...

1. Concentric คือ การออกแรงของกล้ามเนื้อที่ความยาวของเส้นใยกล้ามเนื้อมีลักษณะการหดสั้นลง ทำให้น้ำหนักเกิดการเคลื่อนที่สวนทางกับแรงดึงดูดโลก เช่น การฝึกท่า Bicep Curl หรือ ท่าม้วนหน้าแขนสำหรับต้นแขนด้านหน้า จังหวะที่เราออกแรงยกน้ำหนักขึ้นนั้นเองที่เป็นจังหวะ Concentric ซึ่งหากเราสังเกตุที่กล้ามเนื้อหน้าแขนของเราก็จะพบว่าความยาวของมันมีขนาดสั้นลงนั่นเอง การออกแรงแบบนี้ เป็นการออกแรงเพื่อเอาชนะแรงโน้มถ่วงที่ทำต่อน้ำหนักที่เรายกขึ้น

2. Eccentric คือ การออกแรงของกล้ามเนื้อที่ความยาวของเส้นใยกล้ามเนื้อมีลักษณะยืดออก ทำให้เกิดการต้านน้ำหนักที่เคลื่อนที่ตามแรงดึงดูดของโลก เช่น การฝึกท่า Bicep Curl หรือ ท่าม้วนหน้าแขนสำหรับต้นแขนด้านหน้า จังหวะที่เราออกแรงต้านน้ำหนักลงช้าๆ นั่นเองที่เป็นจังหวะ Eccentric ซึ่งกล้ามเนื้อเราก็จะมีลักษณะยืดออก การออกแรงแบบนี้เป็นการออกแรงเพื่อต้านการแรงดึงดูดของโลกเมื่อน้ำหนักกำลังเคลื่อนที่ลง การออกแรงแบบนี้สามารถรับแรงต้านได้มาก และ นั่นเองที่ทำให้เกิดการระดมหน่วยกล้ามเนื้อมาใช้มากกว่าแบบแรก

3. Isometric คือ การออกแรงของกล้ามเนื้อที่เส้นใยของกล้ามเนื้อมีความตึงตัวมากขึ้นแต่ขนาดไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อออกแรงต้านน้ำหนักให้อยู่กับที่ เช่น การฝึกท่า Bicep Curl หรือ ท่าม้วนหน้าแขนสำหรับต้นแขนด้านหน้า จังหวะที่เราออกแรงต้านน้ำหนักให้อยู่กับที่ระหว่างจุดสูงสุด และ จุดต่ำสุด และค้างไว้เช่นนั้นโดยไม่มีการเคลื่อนที่ต่อ จังหวะนั้นเองที่เรียกว่า Isometric

ประโยชน์ของการรู้ถึงการออกแรงต่างๆนี้ทำให้เกิดการนำไปใช้จัดโปรแกรมการซ้อมที่เพิ่มเทคนิคต่างๆเข้าไป เช่น การฝึกด้วยเทคนิค Negative สำหรับการออกแรงแบบ Eccentric, Force Rep สำหรับการออกแรงแบบ Concentric, หรือ Peak Contraction สำหรับการออกแรงแบบ Isometric นั่นเอง

ผมเชื่อว่าหลายๆที่กำลังอ่านบทความนี้ หรือ หลายๆคนในยิมที่เคยเล่นเวทมาพอสมควรแล้วแทบจะละเลย และ ไม่เคยได้ใช้แผ่น 5 lb (2.5 กก.) เลย พวกแผ่นเล็กๆเหล่านี้ หลายๆคนคิดว่ามันเล็กเกินไปสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่ หรือ เป็นแค่แผ่นน้ำหนักสำหรับคนเพิ่งฝึกใหม่ แค่ลองถือดูก็เหมือนมันจะไม่มีน้ำหนักเท่าไร ไม่น่าจะสามารถทำให้เราหมดแรงได้ ในหลายๆยิม แผ่นเหล่านี้จึงถูกทิ้งๆขว้างๆ ให้ฝุ่นจับอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของยิม หรือ ฟิตเนส นั้นๆ แต่จะทราบไหมว่า มันคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่จะถูกปัดฝุ่นโดยบทความนี้......

ด้านบนเป็นการเรียบเรียงจากช่องทางที่ต่างๆซึ่งเรานำมากรั่นกรองอีกครั้งเพื่อให้กระชับเข้าใจง่ายขึ้น ส่วนด้านล่างเป็นความเห็นจาก แอดมินเอง หลังจากอ่านบทความทั้งหมดบวกกับประสบการณ์โดยตรงของแอดมินเอง

ถ้าจะถามว่าแบบไหนนิยมมากที่สุดจาการสังเกตุตามสถานที่ต่างๆรวมถึงส่วนตัวแล้ว 80%จะใช้รูปแบบ Eccentric และผมก็จะแนะนำให้ใช้รูปแบบนี้เช่นกันสำหรับมือใหม่ ซึ่งในการใช้โดยส่วนมากแล้ว นักกีฬาจะปรับใช้สลับๆกันไปตามความเหมาะสม และ ผู้ที่ฝึกในระดับแอดวานซ์ที่นิยมรูปแบบ 1 และ 3 เข้ามาใช้ร่วมกันในโปรแกรม จากการศึกษาในความเป็นจริงการฝึก 3 ประเภทนี้ มันเป็นเบสิคของ Trainer ที่ต้องทราบและนำไปปรับใช้กับนักกีฬาโดยอาจจะดูจ้างการสังเกตุกล้ามเนื้อไม่มีการพัฒนาหรือส่วนที่ด้อยหรือพัฒนาช้ากว่ากว่าส่วนอื่นๆ ทางภาษาเรียกว่า จีเนติคของโครงสร้างที่ไม่เหมือนกันของมนุษย์ สำหรับผม 1 ปีแรกของการฝึกฝนไม่จำเป็นต้องนำมาปรับใช้ หลังจากนั้นค่อยนำมาปรับใช้ก็ยังไม่สายครับ เพราะ ผมไม่อยากให้ไป Worries ตรงนี้มากไป อยากให้ Serious กับการซ้อม การผักผ่อน และการทานอาหารหลักที่ถูกต้องให้เป็นระบบมาก่อน แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อนๆคนไหนอยากลอง ก็สามารถลองได้ครับ เพราะจริงๆแล้วก็ไม่ได้มีเงื่อนไขว่าต้องใช้เมื่อใด ใช้แค่ไหน มันขึ้นอยู่กับศิลปะของผู้เข้าใจที่นำมาใช้ นี่แหละคือการเพาะกาย บางทีมันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับ ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่ากล้ามจะใหญ่ มันไม่ง่ายเลย (ถ้าทำออกมาให้ดูสวยงาม Body Balance แล้งละก็) ยากฝุดๆ เขาถึงต้องมีเทรนเนอร์และนักโภชนาการไงครับ

PRODUCT ADDED TO CART